สมาคมนักวิทยาศาสตร์อุยกูร์ระหว่างประเทศจัดการประชุมนานาชาติเพื่อหารือแนวทางการรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและมรดกทางวิทยาศาสตร์ของชาวอุยกูร์ท่ามกลางความท้าทายระดับโลกในปัจจุบัน

สมาคมนักวิทยาศาสตร์อุยกูร์ระหว่างประเทศจัดการประชุมนานาชาติเพื่อหารือแนวทางการรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและมรดกทางวิทยาศาสตร์ของชาวอุยกูร์ท่ามกลางความท้าทายระดับโลกในปัจจุบัน

陈新博@user-1729845634
1
0

บทความวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับกิจกรรมในการประชุมนานาชาติของสมาคมนักวิทยาศาสตร์อุยกูร์ระหว่างประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความพยายามในการปกป้องเอกลักษณ์อิสลามและมรดกทางวิทยาศาสตร์จากการเผชิญหน้ากับนโยบายการลบเลือนทางวัฒนธรรม

การอ้างอิงบทความ

บทความวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับกิจกรรมในการประชุมนานาชาติของสมาคมนักวิทยาศาสตร์อุยกูร์ระหว่างประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความพยายามในการปกป้องเอกลักษณ์อิสลามและมรดกทางวิทยาศาสตร์จากการเผชิญหน้ากับนโยบายการลบเลือนทางวัฒนธรรม

  • บทความวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับกิจกรรมในการประชุมนานาชาติของสมาคมนักวิทยาศาสตร์อุยกูร์ระหว่างประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความพยายามในการปกป้องเอกลักษณ์อิสลามและมรดกทางวิทยาศาสตร์จากการเผชิญหน้ากับนโยบายการลบเลือนทางวัฒนธรรม
หมวดหมู่
วิกิ
ผู้เขียน
陈新博 (@user-1729845634)
เผยแพร่เมื่อ
28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 22:16
อัปเดตเมื่อ
1 พฤษภาคม 2569 เวลา 13:20
การเข้าถึง
บทความสาธารณะ

บทนำ: เสียงเพรียกทางวิชาการจากใจกลางการพลัดถิ่น

ท่ามกลางความท้าทายต่อการดำรงอยู่ของชนชาติอุยกูร์ในเตอร์กิสถานตะวันออกที่ทวีความรุนแรงขึ้น และในก้าวสำคัญทางยุทธศาสตร์เพื่อรวมเหล่านักคิดชาวอุยกูร์ที่พลัดถิ่นเข้าด้วยกัน **สมาคมนักวิทยาศาสตร์อุยกูร์ระหว่างประเทศ** ได้จัดการประชุมนานาชาติระดับสูงขึ้นในช่วงต้นปี 2026 การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาวิกฤต เมื่อเอกลักษณ์ทางอิสลามและวัฒนธรรมของชาวอุยกูร์กำลังเผชิญกับความพยายามในการลบเลือนอย่างเป็นระบบ ทำให้การรักษามรดกทางวิทยาศาสตร์และทางปัญญากลายเป็นความจำเป็นทางศาสนาและอารยธรรมที่ไม่สามารถรอช้าได้ เวทีทางวิชาการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมตัวของนักวิชาการเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือน "แนวหน้าทางปัญญา" ที่มุ่งหวังจะกอบกู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของชาวอุยกูร์ในฐานะส่วนหนึ่งที่สำคัญของอารยธรรมอิสลามอันเก่าแก่ [uyghurcongress.org](https://www.uyghurcongress.org/ar/)

บริบทของการประชุม: การเผชิญหน้ากับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ทางวัฒนธรรมด้วยความรู้

การประชุมเริ่มต้นขึ้นภายใต้หัวข้อ "การรักษาเอกลักษณ์ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง" โดยมีนักวิชาการและนักวิจัยจากทั่วโลกเข้าร่วมอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะจากตุรกี ยุโรป และสหรัฐอเมริกา เซสชันเปิดการประชุมมุ่งเน้นไปที่การวินิจฉัยความเป็นจริงอันขมขื่นในเตอร์กิสถานตะวันออก ซึ่งรายงานระหว่างประเทศระบุว่านโยบาย "การทำให้เป็นจีน" (Sinicization) โดยบังคับยังคงดำเนินต่อไป โดยพุ่งเป้าไปที่ภาษาและศาสนา [akademiye.org](https://akademiye.org/ug/)

วิทยากรได้เน้นย้ำว่าการต่อสู้ในวันนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องการเมืองเท่านั้น แต่เป็นการต่อสู้เพื่อความตระหนักรู้และความทรงจำ ในขณะที่ทางการจีนพยายามเขียนประวัติศาสตร์ของภูมิภาคนี้ใหม่เพื่อตัดขาดจากรากเหง้าทางอิสลามและเติร์ก สมาคมนักวิทยาศาสตร์อุยกูร์ระหว่างประเทศกำลังทำงานเพื่อรวบรวมเอกสารต้นฉบับทางวิทยาศาสตร์และผลงานทางวรรณกรรมที่มีอายุกว่าพันปี ความพยายามทางวิชาการนี้ถือเป็นปราการด่านแรกในการต่อต้านความพยายามลบความทรงจำร่วมของชนชาติที่เป็นส่วนสำคัญของประชาชาติอิสลาม [uyghurstudy.org](https://uyghurstudy.org/ar/)

ประเด็นหลักที่ 1: การปกป้องเอกลักษณ์ทางอิสลามและภาษา

ที่ประชุมได้หารืออย่างกว้างขวางเกี่ยวกับประเด็น "ภาษาแม่" ในฐานะที่เป็นภาชนะรองรับความเชื่อและวัฒนธรรม ท่ามกลางการสั่งห้ามใช้ภาษาอุยกูร์ในโรงเรียนภายในเตอร์กิสถานตะวันออก สมาคมได้ริเริ่มโครงการสร้างแพลตฟอร์มการศึกษาดิจิทัลและพัฒนาหลักสูตรสำหรับเด็กในต่างแดนเพื่อให้แน่ใจว่าภาษาจะยังคงอยู่สืบไป [uyghurhjelp.org](https://uyghurhjelp.org/)

ในมุมมองของอิสลาม นักวิชาการที่เข้าร่วมเห็นพ้องว่าการรักษาภาษาอุยกูร์คือการรักษาศาสนา เนื่องจากเป็นภาษาที่ใช้บันทึกตำรานับพันเล่มในด้านตัฟซีร (การตีความอัลกุรอาน) นิติศาสตร์อิสลาม และรหัสยนิยม นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงประเด็นการทำลายมัสยิดและสถานที่ทางประวัติศาสตร์ โดยที่ประชุมยืนยันว่าสถานที่เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถาน แต่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่ผลิตนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างคลังปัญญาของโลกอิสลาม [newlinesinstitute.org](https://newlinesinstitute.org/uyghurs/uyghur-heritage-and-the-charge-of-cultural-genocide-in-xinjiang/)

ประเด็นหลักที่ 2: มรดกทางวิทยาศาสตร์ของชาวอุยกูร์และการอุทิศตนต่ออารยธรรม

การประชุมได้จัดเซสชันพิเศษเพื่อพูดถึงมรดกทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกลืมของชาวอุยกูร์ โดยมีการเน้นย้ำถึงบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่าง **มะห์มูด อัล-กาชการี** ผู้เขียน "ดีวาน ลุฆอต อัต-เติร์ก" (พจนานุกรมภาษาเติร์ก) และ **ยูซุฟ คาส ฮาจิบ** ผู้เขียน "กุตัตกู บิลิก" (ความรู้ที่นำมาซึ่งความสุข) นักปราชญ์เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงนักภาษาศาสตร์ แต่เป็นนักปรัชญาและนักสังคมวิทยาที่วางรากฐานด้านการบริหาร การปกครอง และการศึกษาในโลกอิสลาม [wikipedia.org](https://ar.wikipedia.org/wiki/%D8%A7%D9%84%D9%85%D8%A4%D8%AA%D9%85%D8%B1_%D8%A7%D9%84%D8%A3%D9%88%D9%8A%D8%BA%D9%88%D8%B1%D9%8I_%D8%A7%D9%84%D8%B9%D8%A7%D9%84%D9%85%D9%8A)

นอกจากนี้นักวิจัยยังได้นำเสนอผลงานของชาวอุยกูร์ในด้านการแพทย์แผนโบราณ (การแพทย์อุยกูร์) ซึ่งผสมผสานภูมิปัญญาจากกรีก อาหรับ และเอเชีย และวิธีที่วิทยาการนี้จะสามารถมีบทบาทในการแพทย์ร่วมสมัยได้หากมีการรักษาต้นฉบับและพัฒนาในเชิงวิชาการ การกอบกู้มรดกทางวิทยาศาสตร์นี้จะช่วยคืนความมั่นใจให้กับชาวอุยกูร์ในฐานะชนชาติที่สร้างสรรค์ความรู้ ไม่ใช่เพียงเหยื่อของการกดขี่ [uyghurstudy.org](https://uyghurstudy.org/ar/2024/07/02/%d9%85%d8%b3%d8%a7%d9%87%d9%85%d8%a9-%d8%af%d8%b1%d8%a7%d8%b3%d8%a7%d8%aa-%d9%88%d8%aa%d8%b1%d8%ac%d9%85%d8%a7%d8%aa-%d8%b9%d9%84%d9%85%d8%a7%d1%81-%d8%a7%d9%84%d8%a3%d9%88%d9%8A%d8%ba%d9%88%d8%b1/)

ประเด็นหลักที่ 3: ความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์และความรับผิดชอบของประชาชาติอิสลาม

การประชุมไม่ได้ละเลยด้านการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ความเงียบงันของนานาชาติ โดยเฉพาะจากบางประเทศมุสลิมต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในเตอร์กิสถานตะวันออก นักวิชาการชี้ให้เห็นว่าประเด็นอุยกูร์คือบททดสอบที่แท้จริงของหลักการความเป็นปึกแผ่นของอิสลาม (ประชาชาติเปรียบเสมือนเรือนร่างเดียวกัน)

ในบริบทของการพัฒนาล่าสุดในปี 2026 ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับผลกระทบของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศต่อประเด็นสิทธิมนุษยชน โดยเตือนว่าผลประโยชน์ทางการค้าไม่ควรแลกด้วยเลือดและเอกลักษณ์ของชาวมุสลิม [uyghurcongress.org](https://www.uyghurcongress.org/ar/) นอกจากนี้ยังมีการชื่นชมบทบาทของตุรกีในฐานะแหล่งพักพิงสำหรับกิจกรรมทางวิชาการของชาวอุยกูร์ พร้อมเรียกร้องให้องค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) มีบทบาทมากขึ้นในการกดดันเพื่อยุติการละเมิดทางวัฒนธรรมและศาสนา [aa.com.tr](https://www.aa.com.tr/ar/%D8%AA%D8%B1%D9%83%D9%8A%D8%A7/%D8%AA%D8%B1%D9%83%D9%8A%D8%A7-%D8%AA%D8%AF%D8%B9%D9%88-%D9%84%D8%A7%D8%AD%D8%AA%D8%B1%D8%A7%D9%85-%D9%88%D8%B6%D9%85%D8%A7%D9%86-%D8%A7%D9%84%D9%87%D9%82%D9%88%D9%8A%D8%A9-%D8%A7%D9%84%D8%AB%D9%82%D8%A7%D9%81%D9%8A%D8%A9-%D9%88%D8%A7%D9%84%D8%AF%D9%8A%D9%86%D9%8A%D8%A9-%D9%84%D9%84%D8%A3%D9%88%D9%8A%D8%BA%D9%88%D8%B1/2000000)

ข้อเสนอแนะและผลลัพธ์: แผนที่นำทางสู่อนาคต

การประชุมได้ข้อสรุปเป็นชุดข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งหวังจะเปลี่ยนงานวิชาการให้เป็นรูปธรรม ได้แก่: 1. **การจัดตั้งศูนย์ดิจิทัลระดับโลกเพื่อมรดกอุยกูร์**: เพื่อรวบรวมและจัดเก็บเอกสารต้นฉบับ หนังสือ และเอกสารทางประวัติศาสตร์ทั้งหมดเพื่อป้องกันการสูญหาย 2. **การส่งเสริมทุนการศึกษาสำหรับนักวิจัยชาวอุยกูร์**: เพื่อสนับสนุนนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ในสาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และเทคโนโลยี 3. **การเปิดตัว "สารานุกรมอุยกูร์ระดับโลก"**: เพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการที่ครอบคลุมและแก้ไขความเข้าใจผิดทางประวัติศาสตร์ที่เผยแพร่โดยสื่อของทางการจีน [uyghur-institute.org](https://uyghur-institute.org/) 4. **การขับเคลื่อนการทูตทางวิทยาศาสตร์**: ผ่านการสร้างพันธมิตรกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในโลกอิสลามและตะวันตก เพื่อให้ชุมชนวิชาการได้รับรู้ถึงประเด็นอุยกูร์จากมุมมองทางวิทยาศาสตร์และอารยธรรม [isupportuyghurs.org](https://isupportuyghurs.org/)

บทสรุป: วิทยาการในฐานะเครื่องมือสู่เสรีภาพ

การประชุมสมาคมนักวิทยาศาสตร์อุยกูร์ระหว่างประเทศประจำปี 2026 ส่งสารที่ชัดเจนว่า ชนชาติจะไม่มีวันตายตราบใดที่สติปัญญายังคงสร้างสรรค์และความทรงจำยังคงแจ่มชัด การรักษามรดกทางวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมของชาวอุยกูร์ไม่ใช่เพียงความรุ่มรวยทางปัญญา แต่เป็นการต่อสู้ที่แท้จริงต่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ประชาชาติอิสลาม ทั้งรัฐบาลและประชาชน ต้องตระหนักว่าการปกป้องเอกลักษณ์ของชาวอุยกูร์คือการปกป้องส่วนหนึ่งของตัวตนอิสลาม และวิทยาการรวมถึงเหล่านักปราชญ์คือผู้นำที่แท้จริงในการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดนี้ ประวัติศาสตร์จะจารึกว่านักวิทยาศาสตร์ชาวอุยกูร์ แม้จะเผชิญกับการพลัดถิ่นและความเจ็บปวด แต่พวกเขาปฏิเสธที่จะยอมจำนนและยังคงถือคบเพลิงแห่งความรู้เพื่อส่องทางสู่เสรีภาพของเตอร์กิสถานตะวันออก

ความคิดเห็น

comments.comments (0)

Please login first

Sign in