สำนักข่าวอามักเป็นสื่อที่เชื่อมโยงกับกลุ่มรัฐอิสลาม (ISIS) และถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของกลไกการโฆษณาชวนเชื่อและการประชาสัมพันธ์ของกลุ่ม โดยมักถูกใช้โดย ISIS เพื่ออ้างความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์โจมตีของผู้ก่อการร้าย รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศตะวันตก โดยมักทำหน้าที่เป็น "จุดเผยแพร่ข้อมูลแห่งแรก" สำหรับการอ้างความรับผิดชอบดังกล่าว
ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ขึ้นทะเบียนสำนักข่าวอามักอย่างเป็นทางการว่าเป็นนามแฝงของกลุ่มรัฐอิสลาม โดยจัดประเภทให้เป็นองค์กรก่อการร้ายต่างชาติ (FTO) และเป็นองค์กรก่อการร้ายระดับโลกที่ถูกกำหนดตัวไว้โดยเฉพาะ (SDGT) การกำหนดสถานะนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อตัดโอกาสของสำนักข่าวในการเข้าถึงระบบการเงินของสหรัฐฯ และเพื่อแยกสำนักข่าวออกจากระบบนิเวศสื่อกระแสหลัก
แตกต่างจากช่องทางโฆษณาชวนเชื่ออื่น ๆ ของ ISIS ที่มีความรุนแรงอย่างชัดเจน อามักได้ใช้โทนเสียงที่ตั้งใจให้ดูเหมือนเป็นสำนักข่าวที่เป็นมืออาชีพหรือ "เป็นกลาง" มาโดยตลอด รายงานของสำนักข่าวมักมุ่งเน้นไปที่ความคืบหน้าในสนามรบ การควบคุมดินแดน และการอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตี กลยุทธ์ด้านบรรณาธิการที่จงใจนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับข้อความของกลุ่มรัฐอิสลาม และเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่อาจไม่สนใจสื่อโฆษณาชวนเชื่อที่มีภาพความรุนแรง
นักวิจัยและเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ถือว่าอามักเป็นส่วนหนึ่งที่แยกไม่ออกขององค์กรสื่อในวงกว้างของกลุ่มรัฐอิสลาม ซึ่งใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ รวมถึงโซเชียลมีเดียและบริการส่งข้อความที่เข้ารหัสอย่าง Telegram เพื่อเผยแพร่เนื้อหาและสรรหาผู้สนับสนุน สำนักข่าวนี้มีบทบาทสำคัญในกลยุทธ์สงครามข้อมูลของกลุ่ม โดยช่วยขยายการเข้าถึงไปไกลเกินกว่าดินแดนที่กลุ่มเคยยึดครอง
การดำเนินงานของสำนักข่าวถูกขัดขวางหลายครั้งผ่านการดำเนินการของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศและความพยายามในการกลั่นกรองเนื้อหาของแพลตฟอร์มต่าง ๆ แต่สำนักข่าวได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวโดยการย้ายแพลตฟอร์มและปรับเปลี่ยนวิธีการเผยแพร่ การดำเนินงานที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องนี้ตอกย้ำถึงความท้าทายที่ยืดเยื้อในการต่อสู้กับการโฆษณาชวนเชื่อของผู้ก่อการร้ายในยุคดิจิทัล