การขยายโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มรัฐอิสลามผ่านโลกออนไลน์และภัยคุกคามต่อความมั่นคงทั่วโลก
บทความนี้วิเคราะห์เจาะลึกเกี่ยวกับกลยุทธ์ใหม่ของกลุ่ม «รัฐอิสลาม» (ISIS) ในโลกไซเบอร์ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อขยายการโฆษณาชวนเชื่อ และผลกระทบด้านลบต่อประชาคมมุสลิม (อุมมะฮ์)
การอ้างอิงบทความ
บทความนี้วิเคราะห์เจาะลึกเกี่ยวกับกลยุทธ์ใหม่ของกลุ่ม «รัฐอิสลาม» (ISIS) ในโลกไซเบอร์ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อขยายการโฆษณาชวนเชื่อ และผลกระทบด้านลบต่อประชาคมมุสลิม (อุมมะฮ์)
- บทความนี้วิเคราะห์เจาะลึกเกี่ยวกับกลยุทธ์ใหม่ของกลุ่ม «รัฐอิสลาม» (ISIS) ในโลกไซเบอร์ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อขยายการโฆษณาชวนเชื่อ และผลกระทบด้านลบต่อประชาคมมุสลิม (อุมมะฮ์)
- หมวดหมู่
- การต่อต้านทางดิจิทัล
- ผู้เขียน
- Finn Pasin (@finnpasin)
- เผยแพร่เมื่อ
- 4 มีนาคม 2569 เวลา 06:11
- อัปเดตเมื่อ
- 5 พฤษภาคม 2569 เวลา 00:32
- การเข้าถึง
- บทความสาธารณะ
บทนำ: ภัยเงียบในโลกดิจิทัล
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้กลุ่มก่อการร้ายที่เรียกตนเองว่า «รัฐอิสลาม» (ISIS) จะสูญเสียดินแดนทางกายภาพไปแล้ว แต่พวกเขายังคงแผ่อิทธิพลในรูปแบบที่อันตรายยิ่งขึ้นผ่านการสร้าง «รัฐคลาลิฟะห์ดิจิทัล» ในโลกออนไลน์ เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 การโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ภาพและวิดีโออีกต่อไป แต่ได้ก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ด้วยการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแพลตฟอร์มเครือข่ายแบบกระจายศูนย์ (Decentralized platforms) สถานการณ์นี้ถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความเป็นเอกภาพของประชาคมมุสลิม หลักความเชื่อของคนรุ่นใหม่ และความมั่นคงของโลก [United Nations Security Council](https://www.un.org/securitycouncil/ctc/content/isis-propaganda-online).
ในบทความนี้ เราจะวิเคราะห์อย่างละเอียดว่ากลุ่มรัฐอิสลามขยายการโฆษณาชวนเชื่อทางออนไลน์อย่างไร สิ่งนี้ทำลายแก่นแท้ของศาสนาอิสลามอย่างไร และสังคมมุสลิมควรมีท่าทีอย่างไรต่อความวุ่นวาย (ฟิตนะฮ์) นี้
รัฐคลาลิฟะห์ดิจิทัล: แนวรบใหม่ของการก่อการร้าย
กลุ่มรัฐอิสลาม โดยเฉพาะสาขาโครซาน (ISIS-K) ได้เปลี่ยนโลกออนไลน์ให้เป็นสมรภูมิหลัก เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของสื่อสังคมออนไลน์กระแสหลัก พวกเขาจึงหันไปใช้แพลตฟอร์มที่มีการเข้ารหัสอย่างกว้างขวาง เช่น Telegram, Rocket.Chat และ Element [Al Jazeera](https://www.aljazeera.com/news/2024/3/25/what-is-isis-k-the-group-that-claimed-responsibility-for-moscow-attack).
คลังข้อมูลออนไลน์ที่เรียกว่า «I’lam Foundation» ได้กลายเป็นศูนย์กลางในการจัดเก็บและเผยแพร่สื่อโฆษณาชวนเชื่อในหลายสิบภาษา พวกเขาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภาษาอาหรับเท่านั้น แต่ยังผลิตเนื้อหาในภาษาอังกฤษ รัสเซีย ตุรกี เปอร์เซีย และภาษาในเอเชียกลาง เพื่อเพิ่มอิทธิพลในระดับสากล ระบบการโฆษณาชวนเชื่อหลายภาษานี้มุ่งเป้าไปที่เยาวชนทั่วโลกเพื่อชักจูงไปสู่แนวคิดสุดโต่ง
ปัญญาประดิษฐ์และการเพิ่มความเข้มข้นของการโฆษณาชวนเชื่อหลายภาษา
จากการสังเกตการณ์ในปี 2025 และต้นปี 2026 พบว่ากลุ่มรัฐอิสลามได้ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อสร้าง «ผู้ประกาศข่าวดิจิทัล» ผู้ประกาศข่าวที่สร้างโดย AI เหล่านี้สามารถเผยแพร่แถลงการณ์ขององค์กรในหลายภาษาได้อย่างรวดเร็ว [Reuters](https://www.reuters.com/technology/cybersecurity/islamic-state-supporters-use-ai-create-propaganda-videos-2024-05-16/).
เทคโนโลยีนี้ช่วยให้พวกเขาได้เปรียบในด้านต่างๆ ดังนี้: 1. **ต้นทุนต่ำ:** ไม่จำเป็นต้องใช้สตูดิโอขนาดใหญ่หรือผู้เชี่ยวชาญในการผลิตวิดีโอ 2. **ความรวดเร็ว:** สามารถเตรียมวิดีโอโฆษณาชวนเชื่อต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทันที 3. **การแพร่กระจายที่ไร้อุปสรรค:** วิดีโอที่ดัดแปลงโดย AI สามารถหลบเลี่ยงตัวกรองอัตโนมัติบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ง่ายขึ้น
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่ยกระดับคุณภาพของการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อการก่อการร้าย แต่ยังเพิ่มแรงดึงดูดในหมู่เยาวชนอีกด้วย นี่คือบททดสอบครั้งใหญ่สำหรับประชาคมมุสลิมที่ต้องการให้เรายกระดับความรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล
ความวุ่นวายและการบิดเบือนทางศาสนาต่อประชาคมมุสลิม
อันตรายที่ใหญ่ที่สุดของการโฆษณาชวนเชื่อออนไลน์ของกลุ่มรัฐอิสลามคือการบิดเบือนแหล่งที่มาอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลามเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง พวกเขาใช้โองการจากคัมภีร์อัลกุรอานและหะดีษเพื่อสร้างความชอบธรรมทางศาสนาให้กับการกระทำที่รุนแรง สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดความสับสน (ฟิตนะฮ์) อย่างมากในหมู่เยาวชนที่ขาดความรู้หรือมีความรู้ทางศาสนาเพียงผิวเผิน
นักวิชาการอิสลามส่วนใหญ่เรียกกลุ่มนี้ว่า «คอวาริจญ์» (กลุ่มสุดโต่งที่แยกตัวออกจากศาสนา) แนวคิด «ตักฟีร» (การกล่าวหาว่ามุสลิมคนอื่นเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา) ของพวกเขามีวัตถุประสงค์เพื่อทำลายเอกภาพภายในของประชาคมมุสลิม [Council on Foreign Relations](https://www.cfr.org/backgrounder/islamic-state-iraq-and-syria-isis). การที่พวกเขาตั้งเป้าโจมตีผู้นำประเทศมุสลิม นักวิชาการ และมุสลิมทั่วไปในสื่อโฆษณาชวนเชื่อ แสดงให้เห็นว่าเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่การรับใช้ศาสนาอิสลาม แต่เป็นการสร้างสงครามภายในประชาคมมุสลิมเอง
การกระทำของกลุ่มนี้ยังเป็นสาเหตุให้เกิดความเกลียดชังอิสลาม (Islamophobia) เพิ่มขึ้นทั่วโลก การกดขี่มุสลิมในประเทศตะวันตก การโจมตีมัสยิด และการละเมิดสิทธิมนุษยชนของชาวมุสลิม ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากวิดีโอความรุนแรงที่กลุ่มรัฐอิสลามเผยแพร่ทางออนไลน์ ดังนั้น การต่อต้านกลุ่มนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความมั่นคง แต่เป็นเรื่องของการปกป้องชื่อเสียงอันบริสุทธิ์ของศาสนาอิสลาม
ภัยคุกคามความมั่นคงทั่วโลกและการโจมตีแบบ «หมาป่าโดดเดี่ยว»
อีกแง่มุมที่น่ากลัวของการโฆษณาชวนเชื่อออนไลน์ของกลุ่มรัฐอิสลามคือการฝึกฝนผู้ก่อเหตุที่เรียกว่า «หมาป่าโดดเดี่ยว» (Lone Wolf) พวกเขาใช้โลกออนไลน์เพื่อล้างสมองคนทั่วไปและกระตุ้นให้ก่อเหตุโจมตีในประเทศที่ตนอาศัยอยู่ เหตุการณ์ก่อการร้ายที่โครคัส ซิตี้ ฮอลล์ ในมอสโก เมื่อเดือนมีนาคม 2024 แสดงให้เห็นว่าการก่อการร้ายที่จัดตั้งผ่านทางออนไลน์นั้นโหดเหี้ยมเพียงใด [BBC News](https://www.bbc.com/news/world-europe-68645755).
เบื้องหลังการโจมตีเหล่านี้คือคู่มือออนไลน์ เช่น «วิธีการสร้างระเบิด» หรือ «วิธีการวางแผนโจมตี» กลุ่มรัฐอิสลามได้เปลี่ยนโลกออนไลน์ให้กลายเป็นค่ายฝึกทหาร ซึ่งสร้างความกังวลให้กับหน่วยงานความมั่นคงทั่วโลก โดยเฉพาะการแข่งขันกีฬาขนาดใหญ่ เทศกาล และสถานที่สาธารณะที่กลายเป็นเป้าหมายหลักในสื่อโฆษณาชวนเชื่อของพวกเขา
ความรับผิดชอบของประชาคมมุสลิม: การต่อต้านความวุ่นวาย
ในสถานการณ์ที่อันตรายนี้ ความรับผิดชอบของประชาคมมุสลิมนั้นยิ่งใหญ่มาก เราไม่ควรพึ่งพาเพียงมาตรการของรัฐบาลเท่านั้น ประเด็นต่อไปนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการต่อต้านความวุ่นวายนี้:
1. **การศึกษาทางศาสนาที่ถูกต้อง:** ต้องสอนเยาวชนอย่างเป็นระบบว่าอิสลามเป็นศาสนาแห่งสันติภาพ ทางสายกลาง (วะสะฏียะฮ์) และความเมตตา จำเป็นต้องนำเสนอหลักฐานทางสติปัญญาและทางศาสนาเพื่อโต้แย้งแนวคิดของกลุ่มคอวาริจญ์ 2. **ความรู้เท่าทันดิจิทัล:** พ่อแม่และเยาวชนมุสลิมไม่ควรหลงเชื่อทุกเนื้อหาที่เห็นในโลกออนไลน์ และต้องเรียนรู้วิธีตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล รวมถึงพัฒนาทักษะในการแยกแยะเนื้อหาปลอมที่สร้างโดย AI 3. **การสร้างเนื้อหาเชิงบวกในโลกออนไลน์:** นักวิชาการอิสลาม ปัญญาชน และบุคลากรด้านสื่อไม่ควรปล่อยให้โลกออนไลน์ตกอยู่ในมือของการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อการก่อการร้าย ควรเผยแพร่เนื้อหาที่มีคุณภาพในหลายภาษาเพื่อแสดงถึงความงดงามและความเป็นมนุษยธรรมที่แท้จริงของอิสลาม 4. **ความร่วมมือทางสังคม:** ให้ความสำคัญกับเยาวชนที่โดดเดี่ยวหรือประสบปัญหาทางจิตใจ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาตกเป็นเหยื่อของกลุ่มก่อการร้าย
บทสรุป: มองไปสู่อนาคต
การขยายการโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มรัฐอิสลามผ่านโลกออนไลน์เป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคของเรา แม้กลุ่มนี้จะใช้อิสลามเป็นเกราะกำบัง แต่การกระทำของพวกเขากลับขัดต่อหลักการของอิสลามอย่างสิ้นเชิง การต่อต้านความวุ่นวายที่พวกเขาเผยแพร่ทางออนไลน์จึงเป็นหน้าที่ทางศรัทธาและทางมนุษยธรรมของมุสลิมทุกคน
เราต้องไม่ลืมว่าความจริงย่อมมีชัยเหนือความเท็จเสมอ หากเราร่วมมือกันด้วยความรู้และสติปัญญา เราจะสามารถขจัดความวุ่นวายทางดิจิทัลนี้และส่งต่อโลกที่สงบสุขและปลอดภัยให้กับคนรุ่นหลังต่อไป [CSIS - The Evolution of the Islamic State's Online Presence](https://www.csis.org/analysis/evolution-islamic-states-online-presence).
ขออัลลอฮ์ทรงคุ้มครองประชาคมของเราจากความวุ่นวายทั้งปวง และทรงนำทางเราให้อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง
ความคิดเห็น
comments.comments (0)
Please login first
Sign in