
กลุ่มรัฐอิสลาม (ISIS) ยกระดับการโฆษณาชวนเชื่อผ่านโลกออนไลน์ สร้างความท้าทายด้านความมั่นคงใหม่ในระดับโลก
บทความนี้วิเคราะห์กลยุทธ์การโฆษณาชวนเชื่อใหม่ของกลุ่ม ISIS ในโลกออนไลน์ การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความท้าทายที่เกิดขึ้นต่อสังคมมุสลิม
การอ้างอิงบทความ
บทความนี้วิเคราะห์กลยุทธ์การโฆษณาชวนเชื่อใหม่ของกลุ่ม ISIS ในโลกออนไลน์ การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความท้าทายที่เกิดขึ้นต่อสังคมมุสลิม
- บทความนี้วิเคราะห์กลยุทธ์การโฆษณาชวนเชื่อใหม่ของกลุ่ม ISIS ในโลกออนไลน์ การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความท้าทายที่เกิดขึ้นต่อสังคมมุสลิม
- หมวดหมู่
- การต่อต้านทางดิจิทัล
- ผู้เขียน
- Verunka Sveshnikova (@verunkasveshnik)
- เผยแพร่เมื่อ
- 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 21:26
- อัปเดตเมื่อ
- 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 13:41
- การเข้าถึง
- บทความสาธารณะ
บทนำ: "รัฐคลาอิฟะห์ในจินตนาการ" ในยุคดิจิทัล
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้กลุ่มรัฐอิสลาม (ISIS) จะสูญเสียดินแดนทางกายภาพในซีเรียและอิรักไปแล้ว แต่พวกเขากำลังสร้าง "รัฐคลาอิฟะห์ดิจิทัล" ในโลกออนไลน์ ซึ่งกลายเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงทั่วโลก เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 การโฆษณาชวนเชื่อทางออนไลน์ขององค์กรนี้ได้เข้าสู่ระยะที่ซับซ้อน ซ่อนเร้น และมีอิทธิพลมากขึ้น พวกเขาใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างเป็นระบบเพื่อบิดเบือนแนวคิดอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลาม ล่อลวงเยาวชน และสร้างความเกลียดชังไปทั่วโลก สถานการณ์นี้ถือเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ต่อความเป็นเอกภาพของประชาชาติมุสลิม (Ummah) สุขภาพทางหลักความเชื่อของคนรุ่นใหม่ และภาพลักษณ์ของชาวมุสลิมในระดับสากล [United Nations Security Council](https://www.un.org/securitycouncil/ctc/content/isis-propaganda-and-recruitment-online)
พลังของปัญญาประดิษฐ์และการโฆษณาชวนเชื่อหลายภาษา
จากการสังเกตการณ์ในช่วงปลายปี 2025 และต้นปี 2026 พบว่ากลุ่ม ISIS ได้สร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อผลิตสื่อโฆษณาชวนเชื่อคุณภาพสูง พวกเขาใช้ AI ในการเตรียมวิดีโอเผยแพร่ในภาษาต่างๆ (เช่น อุยกูร์, อาหรับ, อังกฤษ, รัสเซีย, ทาจิก และอื่นๆ) โดยมีคุณภาพการแปลที่ใกล้เคียงกับภาษาธรรมชาติอย่างมาก [Europol](https://www.europol.europa.eu/publications-events/main-reports/online-jihadist-propaganda-2025-report)
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนี้ช่วยให้การโฆษณาชวนเชื่อของพวกเขาก้าวข้ามข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์และเข้าถึงเยาวชนในทุกมุมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เทคโนโลยี "Deepfake" เพื่อสร้างฟัตวา (คำวินิจฉัยทางศาสนา) ปลอมในรูปลักษณ์ของบุคคลสำคัญทางศาสนาที่มีชื่อเสียง ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือที่อันตรายที่สุดในการสร้างความสับสนแก่ชาวมุสลิมทั่วไป การกระทำเหล่านี้ขัดต่อหลักการ "ความสัตย์จริง" และ "ความไว้วางใจ" (Amanah) ในศาสนาอิสลามอย่างสิ้นเชิง และถือเป็นการลบหลู่ความศักดิ์สิทธิ์ของศาสนา
แพลตฟอร์มแบบกระจายศูนย์และความท้าทายจาก "หมาป่าโดดเดี่ยว"
Telegram, Rocket.Chat และแพลตฟอร์มการสื่อสารที่เข้ารหัสอื่นๆ ได้กลายเป็นฐานที่มั่นหลักของกลุ่ม ISIS พวกเขาไม่ได้พึ่งพาเว็บไซต์ส่วนกลางเพียงแห่งเดียว แต่ดำเนินการผ่านกลุ่มย่อยๆ นับพันและเครือข่ายดิจิทัลที่จัดตั้งขึ้นเอง โครงสร้างแบบกระจายศูนย์นี้ทำให้หน่วยงานความมั่นคงระหว่างประเทศทำลายล้างพวกเขาได้ยากขึ้น [Global Terrorism Index 2025](https://www.economicsandpeace.org/reports/)
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือความสามารถของการโฆษณาชวนเชื่อเหล่านี้ในการกระตุ้นการโจมตีแบบ "หมาป่าโดดเดี่ยว" (Lone Wolf) บุคคลที่ถูกปลูกฝังแนวคิดสุดโต่งผ่านทางออนไลน์อาจก่อเหตุร้ายในประเทศที่ตนอาศัยอยู่ตามคำแนะนำที่ได้รับจากอินเทอร์เน็ต แม้จะไม่มีความเชื่อมโยงอย่างเป็นทางการกับองค์กรก็ตาม สถานการณ์นี้ไม่เพียงแต่เพิ่มแรงกดดันด้านความมั่นคงในประเทศมุสลิมเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้เกิดกระแสความเกลียดชังอิสลาม (Islamophobia) ในสังคมตะวันตกเพิ่มมากขึ้นด้วย
การฉวยโอกาสจากความเจ็บปวดของประชาชาติมุสลิม
กลุ่ม ISIS มักฉวยโอกาสจากความอธรรม ความไม่ยุติธรรม และวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่ชาวมุสลิมทั่วโลกกำลังเผชิญมาใช้ในการโฆษณาชวนเชื่อ พวกเขาใช้โศกนาฏกรรมในกาซา แคชเมียร์ และภูมิภาคอื่นๆ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับอุดมการณ์สุดโต่งของตน โดยปลูกฝังความเข้าใจผิดแก่เยาวชนว่า "การต่อสู้ด้วยอาวุธคือทางออกเดียว" [Human Rights Watch](https://www.hrw.org/)
ในความเป็นจริง ศาสนาอิสลามเรียกร้องความยุติธรรม แต่ห้ามการหลั่งเลือดผู้บริสุทธิ์ การสร้างความวุ่นวาย และการทำลายความสงบสุขของสังคมอย่างเด็ดขาด การกระทำของกลุ่ม ISIS ไม่ใช่การต่อสู้กับความอธรรม แต่เป็นความอธรรมในอีกรูปแบบหนึ่ง การโฆษณาชวนเชื่อทางออนไลน์ของพวกเขาได้ขโมยความรู้สึกรักความยุติธรรมของเยาวชนมุสลิม และเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นอาวุธที่ต่อต้านสังคมและมนุษยชาติ
มุมมองทางอิสลาม: การต่อต้านความวุ่นวายและการปกป้องหลักความเชื่อ
ในมุมมองของนิติศาสตร์อิสลาม แนวคิดที่กลุ่มอย่าง ISIS เผยแพร่ทางออนไลน์คือรูปลักษณ์สมัยใหม่ของกลุ่ม "คอวาริจญ์" (Khawarij) พวกเขาสร้างความแตกแยกในหมู่มุสลิมและทำลายความเป็นเอกภาพของประชาชาติ อายะฮ์ในคัมภีร์อัลกุรอานที่ระบุว่า "การสร้างความวุ่นวาย (ฟิตนะฮ์) นั้นร้ายแรงยิ่งกว่าการฆ่า" สอดคล้องกับสถานการณ์การก่อการร้ายดิจิทัลในปัจจุบันอย่างยิ่ง
เหล่านักวิชาการและปัญญาชนมุสลิมจำเป็นต้องมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในโลกออนไลน์ เพื่อตอบโต้การตีความที่บิดเบือนของกลุ่ม ISIS ด้วยเหตุผลที่ถูกต้องตามหลักสายกลางและวิชาการ การอธิบายให้เยาวชนเข้าใจว่าอิสลามคือศาสนาแห่งสันติภาพ ความยุติธรรม และความเมตตาที่แท้จริง และการชี้ให้เห็นว่าคำเชิญชวนในโลกออนไลน์นั้นไม่มีฐานรากทางศาสนา ถือเป็น "ญิฮาด" ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคปัจจุบัน การเพิ่มพูนความรู้เท่าทันสื่อดิจิทัลและการตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล (Tabayyun) ถือเป็นหน้าที่ทางศาสนา
ความร่วมมือระหว่างประเทศและความท้าทายในอนาคต
เมื่อถึงปี 2026 นานาประเทศทั่วโลกถูกบีบให้ต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ อย่างไรก็ตาม เพียงแค่การปิดกั้นทางเทคนิคหรือการเซ็นเซอร์นั้นไม่เพียงพอ การจะต่อต้านการโฆษณาชวนเชื่อออนไลน์ของกลุ่ม ISIS จำเป็นต้องทำลายรากฐานทางอุดมการณ์ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ด้วยเหตุนี้ ประเทศมุสลิมควรเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน สร้างโอกาสในการทำงานให้กับเยาวชน และขจัดความไม่ยุติธรรมทางการเมืองให้หมดไป [International Crisis Group](https://www.crisisgroup.org/)
ในอนาคต ด้วยการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวติ้งและระบบการเข้ารหัสที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น ความสามารถในการซ่อนตัวออนไลน์ขององค์กรเหล่านี้อาจเพิ่มขึ้น ดังนั้น การสร้างระบบป้องกันทางดิจิทัลที่รวมพลังทางศาสนา การเมือง และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
บทสรุป
การที่กลุ่ม ISIS ยกระดับการโฆษณาชวนเชื่อผ่านโลกออนไลน์ไม่ใช่เพียงปัญหาด้านความมั่นคงเท่านั้น แต่เป็นการท้าทายต่ออนาคตของประชาชาติอิสลาม พวกเขาพยายามใช้โลกออนไลน์เป็นอาวุธเพื่อทำให้ศาสนาของเรามัวหมองและสังเวยเยาวชนของเรา ในฐานะมุสลิม เราต้องเพิ่มความระมัดระวังในโลกดิจิทัล มีความรู้ที่สามารถแยกแยะความจริงออกจากคำโฆษณาชวนเชื่อ และปกป้องแนวทางสายกลางของประชาชาติอย่างแน่วแน่ สันติภาพและความยุติธรรมจะเกิดขึ้นได้ไม่ใช่ผ่านการโฆษณาชวนเชื่อในมุมมืดของอินเทอร์เน็ต แต่ผ่านการปฏิบัติตามจิตวิญญาณที่แท้จริงของอิสลาม
ความคิดเห็น
comments.comments (0)
Please login first
Sign in